กำลังจะขาดอากาศหายใจ

posted on 30 Sep 2010 09:51 by solitudee

 

ฉันกำลังจะขาดอากาศหายใจ
ไม่มีแม้คำสวยใดๆปรากฎบนหน้ากระดาษ
ฝันทะเล ท้องฟ้า หล่นหาย แม่น้ำสายคุ้นเคยไม่เห็น
พยายามประคับประคองร่างในแต่ละเย็น
นับถอยหลังชั่วโมงกระเซ็นสาด-ซัด

ช้าไปกว่านี้
ฉันอาจไม่มีโอกาสได้หายใจ.

 
 ระหว่างแดด (source : internet)
ในฝัน -
ฉันตื่นเพื่อเริงรำระบำแดด
เงาทะเลปะทะแผดริ้วไหว
หลับตาปล่อยร่างเดินทางไป
พลิ้วเอนราวใช่! เช่นคลื่น - นั้น

 

ในจริงว่า -
พิงร่างเอนขอบประตู
ปล่อยรู้สึกเดินสู่ประตูสวรรค์
เคาะเรียกเปิดด้วย - ดวงตะวัน
ปิดเงียบให้ฉันโหยเดียวดาย


และเห็น -
เงาไหววูบไหววูบกำแพงห้อง
แดดบางสะท้อนมองเป็นริ้วสาย
ประหนึ่งฉันปะทุร่างเพื่อกรีดกราย
เป็นระบำแหวกว่ายโบกคล้ายบิน


เมื่อสุด -
เม็ดเหงื่อแตกชำแรกกาย
ผุดพรายคล้ายเหนื่อยด้วยผกผิน
เริงรำระบำท่าถลาบิน
ท้ายแล้ว สงบสิ้นลมหายใจ .

 

 

สวัสดีครับ ผม -
มีใครในย่านนี้ให้ชื่นชม
ทดทอดปล่อยอารมณ์และเป็นไป

ผมจะต้องอยู่คนเดียวในเร็วนี้
เช้าสายบ่ายเย็นที่ ผมเหงา
ยอมรับครับว่าช่องว่างระหว่างเงา
มีเพียงผมและเศร้า , ที่เข้าใจ

เธอนิ่งและ กลับบ้าน
ผมลนลานอยู่กับที่ในเมืองใหญ่
กาแฟเช้าหรือบานกลีบดอกไม้ใด
ก็มิอาจแทนได้ ใบหน้าเธอ

คิดถึงครับ ผมคิดถึง
ยิ่งฟังเสียงหัวใจคำนึงรักเสนอ
อยากอยู่ใกล้พะเน้าพะนอและรอเธอ
จูงมือผมวิ่งเล่นเสมอ - เมื่อบ่ายเยือน

เธอบอก ,
สบายใจเถิดพี่จ๋า
อย่าคิดมากทุรนทุรายผ่านแววตา
หรือน้ำเสียงแหบพร่าน้ำตานอง

ไม่เป็นไรที่รัก
ผมจะอดทนและแน่นหนัก
รอเธอกลับมาทายทักด้วยรักแท้
และหวังลึกว่ากลับมาพร้อมดวงแด
ที่ซึ่งรักโอบแผ่
เป็นกระแสลมหายใจ .

เคว้ง-ในเงาสวนหลังบ้าน

posted on 04 Feb 2010 16:56 by solitudee

ม่านสีทึมเทาในเงาสวนหลังบ้าน
กลิ่นลมแม่น้ำโบราณระโหยระหวน
ขับบทเพลงนัยเศร้าเอื้อนเอ่ยคร่ำครวญ
ใต้เมฆหม่นเงาล้วนทาบทึมเทา

และ -


เหนือสะพานทางเหล็กทะมึนตะไคร่เกาะ
หนึ่งหญิงสาวเดินเลาะ - แววตาเหงา
ร่มสีมืดฝนสีน้ำองศาเงา
สะท้อนน้ำตารินเศร้า - หรือเข้าใจ

(ฉัน - ผ่านดอกต้อยติ่งเคยบานหน้าบ้านสวย
วันนี้ - สิ้นระทดระทวยด้วยกลีบใส
เหลือง ชมพู ฟ้า ม่วง ร่วงโรยไป
จางแล้วสิ้นใจ ไร้กลีบนวล)

 จึง -

อีกหนึ่งฝั่งแม่น้ำโบราณ
ชายหนุ่มขับขานเพลงไห้หวน
มีน้ำตาเช่นกันที่เชิญชวน
และน้ำตาหลั่งล้วน - ไม่เข้าใจ

ใต้โลกแห่งสะพานสีทึมเทา
เงาจากสวนหลังบ้านหลังไหน
ครอบสีหม่นทึมทึบระบุนัย -
ว่าโลกซึ่งไม่เข้าใจ คือไม่มี

ใต้โลกแห่งสะพานสีเจ็บร้าว
ด้วยเรื่องราวว่างเปล่าไร้แต้มสี
เพราะไม่มีเรื่องใด จึงไม่มี
เคว้ง - รู้สึกใดให้ไหลปรี่น้ำตานอง.

                          

ฤาจะเรียกอีเมลล์รัก

posted on 03 Feb 2010 08:42 by solitudee
 
"คิดดดถึง หลับและตื่นแบบมึนงง‏"

From:  I'm ปรางแก้ว ออกไปหายใจในโลกกว้าง (wayward_day@hotmail.com)
Sent: Wednesday, February 03, 2010 8:41:08 AM
To: nirvanaram@hotmail.com
 

 

 

 

เมื่อคืนเราหลับไปพร้อมกับเธอซึ่งล่วงหน้าแล้ว
และขณะตื่นในเธอ
เราหลับใหลอีกครั้ง จวบเช้า
โดยภาระแห่งวัยและวันพรากเธอจากฉันอีกครั้ง

ล่วงผ่านคืนพ้น - เธออยู่กับใจฉัน
เช้า , ฉันพบเธอในหน้าสมุดบันทึก
ยินกลิ่นและเสียงหอมหวาน ในรัก.

 

 

เช้าจวบเย็นและค่ำของมะรืนคืนวัน
ให้เธอสุขกับขณะของตน
ยิ้ม หัว เคร่ง ขรึม กาแฟและแดดร้อนของวัน
เป็นไปเถิดชีวิต
ฉันเงาทาทาบแห่งเธอ เพื่อฤดูพรวนดินรดน้ำในกำลังใจ

 

 

เร่งรีบจนหมดเปลืองเวลากาแฟเช้า
คิดถึงอารมณ์เช้าแห่งเรา
หมอกบางทอดสายเลื้อยขอบฟ้า - อากาศ
ฉันเธอริมระเบียงไม้สักแห่ง
กำซาบรสขมปร่า และอุ่นละไมด้วยกรุ่นแห่งรัก


เพราะอากาศ-และกวี.

posted on 01 Feb 2010 13:17 by solitudee

 

หลายๆครั้งผ่าน
และอีกครั้งที่ตัวหนังสือของอากาศกวี
ทำให้ฝันของฉันฟุ้ง
และอยากออกเดินทางอีกครั้ง .

ฝน เพลงและข้าพเจ้า

posted on 09 Sep 2009 08:15 by solitudee



ฝนตกเบาๆ *

บางกวีลอยหาย ชมนาดส่งกลิ่นนวล
ประหนึ่งหญิงสาวแห่งภาพสีซีเปีย งดงามด้วยเรียวโค้งแห่งใบหน้า
เงาสันคมจมูก นัยน์ตาคมฉายฝันชัด และริมฝีปาก.-เผยอซึ่ง


เพลงกวี *

เสียงนุ่มจากชายหนุ่มเปลือยบางวรรคเพลงให้ทักทาย
" ไม่อับไม่จนหนทาง .. ลอยคว้าง - บทกวีของเราเริ่มขีดเขียน - "

ข้าพเจ้า *

เพียงอยากจรดปลายนิ้วสัมผัสอักษร - บ้าง
ฝน เพลง และข้าพเจ้า .



บทพูด*

ชบาหน้าบ้านเคยแย้มบาน ก็หุบยิ้ม
ฝนพรำจนน้ำปริ่ม ก็เหือดแห้งจนแล้งหาย
ฟ้าเอยฟ้าสวย ก็กลับกลาย
เป็นฟ้าเงียบเดียวดาย - กลางเมือง

ใช่ไหม ใช่ไหม ว่าฉันเหงา
เพ้ออีกเพ้อนะเราฝันเฟื่อง
ใช่ไหม ใช้เยอะจังนะ อารมณ์เปลือง
กระดกกาแฟแก้วใบเขื่อง ขมเคยชิน


......................................



ดอกไม้สีม่วงบานหน้าต่าง
อิ่มใบเรียวบาง
อิ่มกลีบเรียวร่าง
.
.
ระริกระริกคล้ายผีกผิน
โอ - ดอกไม้ทะยานบิน
สู่ฟ้าจากดิน - ก่อนไป

บางทีฉันคิดว่าฉันฝัน
หรือฉันอาจฝันว่าฉันคิด
ปล่อยลมหายใจไปตามจริต
ฉันจะคิด หรือฝัน ? - ไม่รู้

ดอกไม้สีม่วง
ฉันมองหาไม่เห็น หรือไม่อยู่
หรือฉันไม่มีอยู่ และดอกไม้ก็มองไม่เห็น
ต่างเราไม่สัมผัสถึง "การเป็น"
แห่งซึ่งเริงเล่นและหายใจ

---------------------


พอแค่นี้ , หลังรับโทรศัพท์ด้วยปะทะอารมณ์ !
21.27 น.






หิ่งห้อย , ทยอยว่อนปีกยิบยับยิบยับ
หน้่าต่างบานกว้างอ้าโอบรับคลุมกอดมืดจากเฟรมผ้าใบผืนกว้าง
สี่ห้าระยิบระยิบนั่น , ปะทะหนาววู่หวิว

หิ่งห้อยเหมือนกันไหมกับดอกโมก - ฉันคิด ?
ดอกโมกจะคล้ายกันไหมกับดาวสูง

ระยิบเล็กไม่อาจแข่งแรงระยิบใหญ่เช่นดาว
กลีบโมกไม่อาจอวดตนแข่งนวลละมุนอื่นใดเช่นดอกไม้รู้จัก

เธอบอก อยากมีหิ่งห้อยไว้ข้างหน้าต่างบ้านสักบานหนึ่ง
ทว่าฉันคิด -
ฉันไม่อาจมองเห็นเปล่งระยิบจากปีกหิ่งห้อยหากปราศจากขณะแห่งเธอ

ขวบปีซึ่งยิ้มเปื้อนใบหน้าพร้อมผลิบานของโมก - ต้นคุ้นเคย
หิ่งห้อยลอยตัวเหนือลานทรายข้างบ้าน
ฉันตื่นเต้น , วิ่งเล่นชี้ชวนและตะโกนราวเสียงพรากซึมด้วยดีใจ
คืนนั้น ฉันแอบเก็บหิ่งห้อยใส่กล่องด้วยเหตุผล
"อยากเก็บหิ่งห้อยไว้กล่อมให้ฉันฝันดี"
หลับคืนนั้น ฉันฝันดี
สวนดอกไม้กลางคืน หิ่งห้อยเกาะกลีบดอกไม้
ดอกไม้หัวเราะร่าเคลียละมุนแก้ม
หิ่งห้อยแย้มมุมปากด้วยลัลลาในรู้สึก

คืนดึกพรากจาง
ดอกไม้ผลิบานพร้อมฉ่ำใสน้ำค้างค่ำ
หิ่งห้อยในกล่อง
หิ่งห้อย
.
.
ร่างเธอสงบนิ่ง
ฉันเสมือนมองเห็นยิ้มประซ้อนร่างเธอ
ฉันมองหาระยิบหลงรัก
และพร่าเลือน
.



Adblock

ทะเลฉันรักเธอ

posted on 04 May 2009 08:24 by solitudee


ทะเลฉันรักเธอ - ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 

 

ฟังเพลงกันก่อนนะคะ ฟังเพลง หลับตา นึกถึงภาพทะเล
คลื่น ทราย เส้นขอบฟ้า เวิ้งน้ำ
นึกถึงความทรงจำระหว่างคุณกับทะเล
คุณกับใครสักคน
คิดถึงทะเลกันบ้างไหมคะ ?

ทะเลสำหรับบางคนไม่ต่างจากภาพเขียนงดงาม
หรือบางคนทะเลก็อาจเป็นเหมือนฝันร้าย
ทะเลเป็นเพื่อนยามเหงา อกหัก แฟนทิ้ง ?
เป็นที่ระบายอารมณ์เพื่อกรีดเสียงร้องดังๆ
ทะเลอาจเป็นที่รวมของเพื่อน กินเหล้า เฮอาไปตามเรื่อง
หรือทะเล อาจจะเป็นแค่องค์ประกอบทางภูมิศาสตร์เพื่อให้โลกสมดุล

...............................................

วันนี้ไปอีกวันที่ฉันอยากไปทะเล
ทะเล - สีฟ้า สีขาว สีเขียวอ่อน สีชมพูท้องฟ้า
ทะเลที่ฉันหลับตาเห็นคือ มะพร้าวแก่ๆสักต้น
ชิงช้าไม้พอให้ห้อยขาแกว่งไกว
และกระซิบเงียบๆของเพลงสักวรรค
นั่นล่ะ .. "จะบอกอะไรหรือทะเล มีถ้อยคำใดฝากฉัน"
เป็นวรรคเดียวที่แวบขึ้นมาในรู้สึกทุกครั้ง
ที่เผชิญหน้าทะเล หรือเพียงคิดถึงทะเล

.............................................................

ฉันชอบทะเล
ด้วยเหตุผลเพียงว่า
ทะเลทำให้เรามองเห็นเส้นขอบฟ้า
ไกลจากที่รอยเท้าปรากฎอยู่เท่าใด ฉันไม่อาจรู้
ทว่าเส้นขอบฟ้าทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงการ "มีอยู่"
เปล่า , ฉันมิใช่ลัทธิประจักษ์นิยม
ฉันเพียงแค่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตามองเห็น
และที่ใจรู้สึก ใจทำความเข้าใจ

ทะเลสำหรับฉัน
มิใช่เพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
หรือคำหนึ่งคำที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับเรียกเวิ้งน้ำสุดลูกหูลูกตา
ทะเลมากกว่านั้น ..

ครั้งหนึ่งสมัยมัธยมฯปลาย
ฉันบ่มตัวในอารมณ์เคว้งและ - ไร้ราก
ใช่ , ฉันนิยามคำนี้สำหรับตัวเองในขณะนั้น
เดินตามที่ปลายทางจะทอดสู่
นั่นล่ะ - ป้ายรถประจำทาง
ฉันนั่งมากับรถโพธิ์ทอง สายหาดใหญ่ -สงขลา
ไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร
แต่เมื่อย่างเหยียบแรกสัมผัสทะเล
ระริกใต้เลนส์ตามองเห็นอีกโลกเบื้องหน้า
คำตอบทั้งมวลปรากฎ

ฉันไม่เคยมาทะเลเพราะอกหักหรือผิดหวัง
หรือนั่นเพราะฉันไม่เคยผิดหวังหรืออกหัก ?
แต่โดยอากัปขณะอยู่เบื้องหน้าทะเล
เสมออารมณ์เหงาเศร้าเช่นนั้น

เปล่า ฉันมิได้เศร้าหรือโหยหาสิ่งใด
ทว่า - การได้กลมกลืนความความเหงาเศร้าในลึกเบื้องหน้า
ขณะแห่งอันหนึ่งอันเดียวซึ่งงดงาม

โปสการ์ดใบแรกที่ฉันจ่าหน้าคืนตัวเอง
ขึ้นต้นเพียงว่า ..
หอมกลิ่นทะเล ..และคิดถึงเสมอ
เสมือนระลอกคลื่นกระซิบแผ่วกับฉัน
บ้างเกี่ยวก้อยความเหงามาทะเล
แล้วทะเลจะเหงาไหม ?
ฉันจะร้องเพลงให้ทะเลฟังทุกครั้ง
ฉันอ่านบทกวีให้เธอฟังนะทะเล
เปล่าเลย , บทกวีของฉันหาความงามหรือฉันทลักษณ์ใดไม่ได้
แต่ทว่าเรียงคำปรากฎในแต่ละวรรค
ฉันและเธอสอดประสานความคิดถึงในรักอย่างอิ่มละมุน

" ทะเลของคนไกล
จักงดงามเฉกเช่นใบไม้ไหวไหมหนอ
จะอบอุ่นคลอเคล้าพะเน้าพะนอ
..... "
และอีกหลายบรรทัดเรียงรายที่ฉันไม่อาจนึกได้ขณะนี้
แต่ฉันจำได้ว่าบทกวีบทนี้ฉันเขียนให้เธอนะทะเล


คนรักของฉันถามถึงเหตุผลแห่งการหลงรักในเธอ
ฉันไม่อาจอรรถาธิบายใดๆได้มากไปกว่า
" ก็ชอบ ต้องมีเหตุผลด้วยหรือ"
และฉันเชื่อมั่นว่าตอนนี้ คนรักของฉันย่อมเข้าใจ
อันตรธานซึ่งตะขิดตะขวงก่อนหน้า

วันนี้ฉันอยากไปทะเล
คนรักของฉันไม่อาจสนองในความปรารถนา
ฉันเข้าใจ และไม่โกรธจนฟูมฟาย
เพียงเธอรู้ว่าฉันหลงรักทะเล
และเธอก็รักทะเล
ด้วยเผยอปากเดียวกันกับที่บอกรักฉัน .