posted on 04 Feb 2010 16:56 by solitudee
ม่านสีทึมเทาในเงาสวนหลังบ้าน
กลิ่นลมแม่น้ำโบราณระโหยระหวน
ขับบทเพลงนัยเศร้าเอื้อนเอ่ยคร่ำครวญ
ใต้เมฆหม่นเงาล้วนทาบทึมเทา
และ -
เหนือสะพานทางเหล็กทะมึนตะไคร่เกาะ
หนึ่งหญิงสาวเดินเลาะ - แววตาเหงา
ร่มสีมืดฝนสีน้ำองศาเงา
สะท้อนน้ำตารินเศร้า - หรือเข้าใจ
(ฉัน - ผ่านดอกต้อยติ่งเคยบานหน้าบ้านสวย
วันนี้ - สิ้นระทดระทวยด้วยกลีบใส
เหลือง ชมพู ฟ้า ม่วง ร่วงโรยไป
จางแล้วสิ้นใจ ไร้กลีบนวล)
จึง -
อีกหนึ่งฝั่งแม่น้ำโบราณ
ชายหนุ่มขับขานเพลงไห้หวน
มีน้ำตาเช่นกันที่เชิญชวน
และน้ำตาหลั่งล้วน - ไม่เข้าใจ
ใต้โลกแห่งสะพานสีทึมเทา
เงาจากสวนหลังบ้านหลังไหน
ครอบสีหม่นทึมทึบระบุนัย -
ว่าโลกซึ่งไม่เข้าใจ คือไม่มี
ใต้โลกแห่งสะพานสีเจ็บร้าว
ด้วยเรื่องราวว่างเปล่าไร้แต้มสี
เพราะไม่มีเรื่องใด จึงไม่มี
เคว้ง - รู้สึกใดให้ไหลปรี่น้ำตานอง.
posted on 03 Feb 2010 08:42 by solitudee
"คิดดดถึง หลับและตื่นแบบมึนงง"
| I'm ปรางแก้ว ออกไปหายใจในโลกกว้าง (wayward_day@hotmail.com) |
| Wednesday, February 03, 2010 8:41:08 AM |
| nirvanaram@hotmail.com |
เมื่อคืนเราหลับไปพร้อมกับเธอซึ่งล่วงหน้าแล้ว
และขณะตื่นในเธอ
เราหลับใหลอีกครั้ง จวบเช้า
โดยภาระแห่งวัยและวันพรากเธอจากฉันอีกครั้ง
ล่วงผ่านคืนพ้น - เธออยู่กับใจฉัน
เช้า , ฉันพบเธอในหน้าสมุดบันทึก
ยินกลิ่นและเสียงหอมหวาน ในรัก.
เช้าจวบเย็นและค่ำของมะรืนคืนวัน
ให้เธอสุขกับขณะของตน
ยิ้ม หัว เคร่ง ขรึม กาแฟและแดดร้อนของวัน
เป็นไปเถิดชีวิต
ฉันเงาทาทาบแห่งเธอ เพื่อฤดูพรวนดินรดน้ำในกำลังใจ
เร่งรีบจนหมดเปลืองเวลากาแฟเช้า
คิดถึงอารมณ์เช้าแห่งเรา
หมอกบางทอดสายเลื้อยขอบฟ้า - อากาศ
ฉันเธอริมระเบียงไม้สักแห่ง
กำซาบรสขมปร่า และอุ่นละไมด้วยกรุ่นแห่งรัก
posted on 01 Feb 2010 13:17 by solitudee
หลายๆครั้งผ่าน
และอีกครั้งที่ตัวหนังสือของอากาศกวี
ทำให้ฝันของฉันฟุ้ง
และอยากออกเดินทางอีกครั้ง .
posted on 06 Jul 2009 18:16 by solitudee
บทพูด*
ชบาหน้าบ้านเคยแย้มบาน ก็หุบยิ้ม
ฝนพรำจนน้ำปริ่ม ก็เหือดแห้งจนแล้งหาย
ฟ้าเอยฟ้าสวย ก็กลับกลาย
เป็นฟ้าเงียบเดียวดาย - กลางเมือง
ใช่ไหม ใช่ไหม ว่าฉันเหงา
เพ้ออีกเพ้อนะเราฝันเฟื่อง
ใช่ไหม ใช้เยอะจังนะ อารมณ์เปลือง
กระดกกาแฟแก้วใบเขื่อง ขมเคยชิน
......................................
ดอกไม้สีม่วงบานหน้าต่าง
อิ่มใบเรียวบาง
อิ่มกลีบเรียวร่าง
.
.
ระริกระริกคล้ายผีกผิน
โอ - ดอกไม้ทะยานบิน
สู่ฟ้าจากดิน - ก่อนไป
บางทีฉันคิดว่าฉันฝัน
หรือฉันอาจฝันว่าฉันคิด
ปล่อยลมหายใจไปตามจริต
ฉันจะคิด หรือฝัน ? - ไม่รู้
ดอกไม้สีม่วง
ฉันมองหาไม่เห็น หรือไม่อยู่
หรือฉันไม่มีอยู่ และดอกไม้ก็มองไม่เห็น
ต่างเราไม่สัมผัสถึง "การเป็น"
แห่งซึ่งเริงเล่นและหายใจ
---------------------
พอแค่นี้ , หลังรับโทรศัพท์ด้วยปะทะอารมณ์ !
21.27 น.
posted on 04 May 2009 08:24 by solitudee
ทะเลฉันรักเธอ - ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ฟังเพลงกันก่อนนะคะ ฟังเพลง หลับตา นึกถึงภาพทะเล
คลื่น ทราย เส้นขอบฟ้า เวิ้งน้ำ
นึกถึงความทรงจำระหว่างคุณกับทะเล
คุณกับใครสักคน
คิดถึงทะเลกันบ้างไหมคะ ?
ทะเลสำหรับบางคนไม่ต่างจากภาพเขียนงดงาม
หรือบางคนทะเลก็อาจเป็นเหมือนฝันร้าย
ทะเลเป็นเพื่อนยามเหงา อกหัก แฟนทิ้ง ?
เป็นที่ระบายอารมณ์เพื่อกรีดเสียงร้องดังๆ
ทะเลอาจเป็นที่รวมของเพื่อน กินเหล้า เฮอาไปตามเรื่อง
หรือทะเล อาจจะเป็นแค่องค์ประกอบทางภูมิศาสตร์เพื่อให้โลกสมดุล
...............................................
วันนี้ไปอีกวันที่ฉันอยากไปทะเล
ทะเล - สีฟ้า สีขาว สีเขียวอ่อน สีชมพูท้องฟ้า
ทะเลที่ฉันหลับตาเห็นคือ มะพร้าวแก่ๆสักต้น
ชิงช้าไม้พอให้ห้อยขาแกว่งไกว
และกระซิบเงียบๆของเพลงสักวรรค
นั่นล่ะ .. "จะบอกอะไรหรือทะเล มีถ้อยคำใดฝากฉัน"
เป็นวรรคเดียวที่แวบขึ้นมาในรู้สึกทุกครั้ง
ที่เผชิญหน้าทะเล หรือเพียงคิดถึงทะเล
.............................................................
ฉันชอบทะเล
ด้วยเหตุผลเพียงว่า ทะเลทำให้เรามองเห็นเส้นขอบฟ้า
ไกลจากที่รอยเท้าปรากฎอยู่เท่าใด ฉันไม่อาจรู้
ทว่าเส้นขอบฟ้าทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงการ "มีอยู่"
เปล่า , ฉันมิใช่ลัทธิประจักษ์นิยม
ฉันเพียงแค่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตามองเห็น
และที่ใจรู้สึก ใจทำความเข้าใจ
ทะเลสำหรับฉัน
มิใช่เพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
หรือคำหนึ่งคำที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับเรียกเวิ้งน้ำสุดลูกหูลูกตา
ทะเลมากกว่านั้น ..
ครั้งหนึ่งสมัยมัธยมฯปลาย
ฉันบ่มตัวในอารมณ์เคว้งและ - ไร้ราก
ใช่ , ฉันนิยามคำนี้สำหรับตัวเองในขณะนั้น
เดินตามที่ปลายทางจะทอดสู่
นั่นล่ะ - ป้ายรถประจำทาง
ฉันนั่งมากับรถโพธิ์ทอง สายหาดใหญ่ -สงขลา
ไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร
แต่เมื่อย่างเหยียบแรกสัมผัสทะเล
ระริกใต้เลนส์ตามองเห็นอีกโลกเบื้องหน้า
คำตอบทั้งมวลปรากฎ
ฉันไม่เคยมาทะเลเพราะอกหักหรือผิดหวัง
หรือนั่นเพราะฉันไม่เคยผิดหวังหรืออกหัก ?
แต่โดยอากัปขณะอยู่เบื้องหน้าทะเล
เสมออารมณ์เหงาเศร้าเช่นนั้น
เปล่า ฉันมิได้เศร้าหรือโหยหาสิ่งใด
ทว่า - การได้กลมกลืนความความเหงาเศร้าในลึกเบื้องหน้า
ขณะแห่งอันหนึ่งอันเดียวซึ่งงดงาม
โปสการ์ดใบแรกที่ฉันจ่าหน้าคืนตัวเอง
ขึ้นต้นเพียงว่า ..
หอมกลิ่นทะเล ..และคิดถึงเสมอ
เสมือนระลอกคลื่นกระซิบแผ่วกับฉัน
บ้างเกี่ยวก้อยความเหงามาทะเล
แล้วทะเลจะเหงาไหม ?
ฉันจะร้องเพลงให้ทะเลฟังทุกครั้ง
ฉันอ่านบทกวีให้เธอฟังนะทะเล
เปล่าเลย , บทกวีของฉันหาความงามหรือฉันทลักษณ์ใดไม่ได้
แต่ทว่าเรียงคำปรากฎในแต่ละวรรค
ฉันและเธอสอดประสานความคิดถึงในรักอย่างอิ่มละมุน
" ทะเลของคนไกล
จักงดงามเฉกเช่นใบไม้ไหวไหมหนอ
จะอบอุ่นคลอเคล้าพะเน้าพะนอ
..... "
และอีกหลายบรรทัดเรียงรายที่ฉันไม่อาจนึกได้ขณะนี้
แต่ฉันจำได้ว่าบทกวีบทนี้ฉันเขียนให้เธอนะทะเล
คนรักของฉันถามถึงเหตุผลแห่งการหลงรักในเธอ
ฉันไม่อาจอรรถาธิบายใดๆได้มากไปกว่า
" ก็ชอบ ต้องมีเหตุผลด้วยหรือ"
และฉันเชื่อมั่นว่าตอนนี้ คนรักของฉันย่อมเข้าใจ
อันตรธานซึ่งตะขิดตะขวงก่อนหน้า
วันนี้ฉันอยากไปทะเล
คนรักของฉันไม่อาจสนองในความปรารถนา
ฉันเข้าใจ และไม่โกรธจนฟูมฟาย
เพียงเธอรู้ว่าฉันหลงรักทะเล
และเธอก็รักทะเล
ด้วยเผยอปากเดียวกันกับที่บอกรักฉัน .