ฝน เพลงและข้าพเจ้า

posted on 09 Sep 2009 08:15 by solitudee



ฝนตกเบาๆ *

บางกวีลอยหาย ชมนาดส่งกลิ่นนวล
ประหนึ่งหญิงสาวแห่งภาพสีซีเปีย งดงามด้วยเรียวโค้งแห่งใบหน้า
เงาสันคมจมูก นัยน์ตาคมฉายฝันชัด และริมฝีปาก.-เผยอซึ่ง


เพลงกวี *

เสียงนุ่มจากชายหนุ่มเปลือยบางวรรคเพลงให้ทักทาย
" ไม่อับไม่จนหนทาง .. ลอยคว้าง - บทกวีของเราเริ่มขีดเขียน - "

ข้าพเจ้า *

เพียงอยากจรดปลายนิ้วสัมผัสอักษร - บ้าง
ฝน เพลง และข้าพเจ้า .



บทพูด*

ชบาหน้าบ้านเคยแย้มบาน ก็หุบยิ้ม
ฝนพรำจนน้ำปริ่ม ก็เหือดแห้งจนแล้งหาย
ฟ้าเอยฟ้าสวย ก็กลับกลาย
เป็นฟ้าเงียบเดียวดาย - กลางเมือง

ใช่ไหม ใช่ไหม ว่าฉันเหงา
เพ้ออีกเพ้อนะเราฝันเฟื่อง
ใช่ไหม ใช้เยอะจังนะ อารมณ์เปลือง
กระดกกาแฟแก้วใบเขื่อง ขมเคยชิน


......................................



ดอกไม้สีม่วงบานหน้าต่าง
อิ่มใบเรียวบาง
อิ่มกลีบเรียวร่าง
.
.
ระริกระริกคล้ายผีกผิน
โอ - ดอกไม้ทะยานบิน
สู่ฟ้าจากดิน - ก่อนไป

บางทีฉันคิดว่าฉันฝัน
หรือฉันอาจฝันว่าฉันคิด
ปล่อยลมหายใจไปตามจริต
ฉันจะคิด หรือฝัน ? - ไม่รู้

ดอกไม้สีม่วง
ฉันมองหาไม่เห็น หรือไม่อยู่
หรือฉันไม่มีอยู่ และดอกไม้ก็มองไม่เห็น
ต่างเราไม่สัมผัสถึง "การเป็น"
แห่งซึ่งเริงเล่นและหายใจ

---------------------


พอแค่นี้ , หลังรับโทรศัพท์ด้วยปะทะอารมณ์ !
21.27 น.






หิ่งห้อย , ทยอยว่อนปีกยิบยับยิบยับ
หน้่าต่างบานกว้างอ้าโอบรับคลุมกอดมืดจากเฟรมผ้าใบผืนกว้าง
สี่ห้าระยิบระยิบนั่น , ปะทะหนาววู่หวิว

หิ่งห้อยเหมือนกันไหมกับดอกโมก - ฉันคิด ?
ดอกโมกจะคล้ายกันไหมกับดาวสูง

ระยิบเล็กไม่อาจแข่งแรงระยิบใหญ่เช่นดาว
กลีบโมกไม่อาจอวดตนแข่งนวลละมุนอื่นใดเช่นดอกไม้รู้จัก

เธอบอก อยากมีหิ่งห้อยไว้ข้างหน้าต่างบ้านสักบานหนึ่ง
ทว่าฉันคิด -
ฉันไม่อาจมองเห็นเปล่งระยิบจากปีกหิ่งห้อยหากปราศจากขณะแห่งเธอ

ขวบปีซึ่งยิ้มเปื้อนใบหน้าพร้อมผลิบานของโมก - ต้นคุ้นเคย
หิ่งห้อยลอยตัวเหนือลานทรายข้างบ้าน
ฉันตื่นเต้น , วิ่งเล่นชี้ชวนและตะโกนราวเสียงพรากซึมด้วยดีใจ
คืนนั้น ฉันแอบเก็บหิ่งห้อยใส่กล่องด้วยเหตุผล
"อยากเก็บหิ่งห้อยไว้กล่อมให้ฉันฝันดี"
หลับคืนนั้น ฉันฝันดี
สวนดอกไม้กลางคืน หิ่งห้อยเกาะกลีบดอกไม้
ดอกไม้หัวเราะร่าเคลียละมุนแก้ม
หิ่งห้อยแย้มมุมปากด้วยลัลลาในรู้สึก

คืนดึกพรากจาง
ดอกไม้ผลิบานพร้อมฉ่ำใสน้ำค้างค่ำ
หิ่งห้อยในกล่อง
หิ่งห้อย
.
.
ร่างเธอสงบนิ่ง
ฉันเสมือนมองเห็นยิ้มประซ้อนร่างเธอ
ฉันมองหาระยิบหลงรัก
และพร่าเลือน
.



Adblock

ทะเลฉันรักเธอ

posted on 04 May 2009 08:24 by solitudee


ทะเลฉันรักเธอ - ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 

 

ฟังเพลงกันก่อนนะคะ ฟังเพลง หลับตา นึกถึงภาพทะเล
คลื่น ทราย เส้นขอบฟ้า เวิ้งน้ำ
นึกถึงความทรงจำระหว่างคุณกับทะเล
คุณกับใครสักคน
คิดถึงทะเลกันบ้างไหมคะ ?

ทะเลสำหรับบางคนไม่ต่างจากภาพเขียนงดงาม
หรือบางคนทะเลก็อาจเป็นเหมือนฝันร้าย
ทะเลเป็นเพื่อนยามเหงา อกหัก แฟนทิ้ง ?
เป็นที่ระบายอารมณ์เพื่อกรีดเสียงร้องดังๆ
ทะเลอาจเป็นที่รวมของเพื่อน กินเหล้า เฮอาไปตามเรื่อง
หรือทะเล อาจจะเป็นแค่องค์ประกอบทางภูมิศาสตร์เพื่อให้โลกสมดุล

...............................................

วันนี้ไปอีกวันที่ฉันอยากไปทะเล
ทะเล - สีฟ้า สีขาว สีเขียวอ่อน สีชมพูท้องฟ้า
ทะเลที่ฉันหลับตาเห็นคือ มะพร้าวแก่ๆสักต้น
ชิงช้าไม้พอให้ห้อยขาแกว่งไกว
และกระซิบเงียบๆของเพลงสักวรรค
นั่นล่ะ .. "จะบอกอะไรหรือทะเล มีถ้อยคำใดฝากฉัน"
เป็นวรรคเดียวที่แวบขึ้นมาในรู้สึกทุกครั้ง
ที่เผชิญหน้าทะเล หรือเพียงคิดถึงทะเล

.............................................................

ฉันชอบทะเล
ด้วยเหตุผลเพียงว่า
ทะเลทำให้เรามองเห็นเส้นขอบฟ้า
ไกลจากที่รอยเท้าปรากฎอยู่เท่าใด ฉันไม่อาจรู้
ทว่าเส้นขอบฟ้าทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงการ "มีอยู่"
เปล่า , ฉันมิใช่ลัทธิประจักษ์นิยม
ฉันเพียงแค่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตามองเห็น
และที่ใจรู้สึก ใจทำความเข้าใจ

ทะเลสำหรับฉัน
มิใช่เพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
หรือคำหนึ่งคำที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับเรียกเวิ้งน้ำสุดลูกหูลูกตา
ทะเลมากกว่านั้น ..

ครั้งหนึ่งสมัยมัธยมฯปลาย
ฉันบ่มตัวในอารมณ์เคว้งและ - ไร้ราก
ใช่ , ฉันนิยามคำนี้สำหรับตัวเองในขณะนั้น
เดินตามที่ปลายทางจะทอดสู่
นั่นล่ะ - ป้ายรถประจำทาง
ฉันนั่งมากับรถโพธิ์ทอง สายหาดใหญ่ -สงขลา
ไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร
แต่เมื่อย่างเหยียบแรกสัมผัสทะเล
ระริกใต้เลนส์ตามองเห็นอีกโลกเบื้องหน้า
คำตอบทั้งมวลปรากฎ

ฉันไม่เคยมาทะเลเพราะอกหักหรือผิดหวัง
หรือนั่นเพราะฉันไม่เคยผิดหวังหรืออกหัก ?
แต่โดยอากัปขณะอยู่เบื้องหน้าทะเล
เสมออารมณ์เหงาเศร้าเช่นนั้น

เปล่า ฉันมิได้เศร้าหรือโหยหาสิ่งใด
ทว่า - การได้กลมกลืนความความเหงาเศร้าในลึกเบื้องหน้า
ขณะแห่งอันหนึ่งอันเดียวซึ่งงดงาม

โปสการ์ดใบแรกที่ฉันจ่าหน้าคืนตัวเอง
ขึ้นต้นเพียงว่า ..
หอมกลิ่นทะเล ..และคิดถึงเสมอ
เสมือนระลอกคลื่นกระซิบแผ่วกับฉัน
บ้างเกี่ยวก้อยความเหงามาทะเล
แล้วทะเลจะเหงาไหม ?
ฉันจะร้องเพลงให้ทะเลฟังทุกครั้ง
ฉันอ่านบทกวีให้เธอฟังนะทะเล
เปล่าเลย , บทกวีของฉันหาความงามหรือฉันทลักษณ์ใดไม่ได้
แต่ทว่าเรียงคำปรากฎในแต่ละวรรค
ฉันและเธอสอดประสานความคิดถึงในรักอย่างอิ่มละมุน

" ทะเลของคนไกล
จักงดงามเฉกเช่นใบไม้ไหวไหมหนอ
จะอบอุ่นคลอเคล้าพะเน้าพะนอ
..... "
และอีกหลายบรรทัดเรียงรายที่ฉันไม่อาจนึกได้ขณะนี้
แต่ฉันจำได้ว่าบทกวีบทนี้ฉันเขียนให้เธอนะทะเล


คนรักของฉันถามถึงเหตุผลแห่งการหลงรักในเธอ
ฉันไม่อาจอรรถาธิบายใดๆได้มากไปกว่า
" ก็ชอบ ต้องมีเหตุผลด้วยหรือ"
และฉันเชื่อมั่นว่าตอนนี้ คนรักของฉันย่อมเข้าใจ
อันตรธานซึ่งตะขิดตะขวงก่อนหน้า

วันนี้ฉันอยากไปทะเล
คนรักของฉันไม่อาจสนองในความปรารถนา
ฉันเข้าใจ และไม่โกรธจนฟูมฟาย
เพียงเธอรู้ว่าฉันหลงรักทะเล
และเธอก็รักทะเล
ด้วยเผยอปากเดียวกันกับที่บอกรักฉัน .

 



กระเป๋าเดินทงของคุณไม่ได้เจอลม แดด ฝนนานเพียงใด ?
ระยะเวลาคงพอกันกับการที่สองเท้าของคุณลืมละเอียดแห่งเม็ดทราย
นานกี่เวลาที่ดาวบนฟ้าไม่ได้หัวเราะคิกกับอาการแหงนคอตั้งบ่าเพื่อมองประดาเธอ
รถไฟยังคงทอดตัวกลืนระนาบเดียวกับไม้หมอนและทางทอดยาว
หัวลำโพง - ปลายทางที่ใดขึ้นอยู่กับเท้าและใจคุณกำหนด

หมกเวลาให้หมุนไปกับคนรัก เสาร์แล้วเสาร์เล่า
เสมือนลืมไปว่าก่อนหน้านี้ คุณหมุนตัวเองไปกับแผนที่ประเทศไทย
รถไฟสีครีมน้ำเงิน และพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกาแฟเช้าที่ไหนสักแห่ง
ทว่านั่นเป็นสิ่งที่คุณพอใจกับการเปิดเปลือยลมหายใจกับคนรัก

คุณอยากออกเดินทาง , นั่นคุณรู้
เดินทางของคุณหมายรวมมากกว่าการย้ายสถาที่ย่างเหยียบเดิมสู่อื่นแปลก
ทว่าเดินทาง คือการสะสมไมล์และคลี่ขยายลมหายใจให้กระจ่างแจ่มกว่าเมื่อวาน
คุณอาจเดินทางเพื่อพาตัวเองก้าวสู่ร้านกาแฟชื่อเดียวกับที่กรุงเทพมีเกลื่อน
หรือถนนสักสายที่เรียงรายด้วยร้านรวง อาคารทรงโบราณ และอาแป๊ะใบหน้ายิ้มแย้ม
หรือบางร้านน้ำชา ควันพวยพุ่งด้วยระอุน้ำร้อนในโถขัดมันหน้าร้าน
โหวกเหวกเสียงทักทาย นกกรงหัวจุกจิ๊บจั๊บ - นั่นก็ทักทาย
บางทีเบื้องหน้าของคุณอาจเป็นเทือกเขากว้างสุดลูกหูลูกตา
หรือเหลียวหลังอีกครั้งเป็นทะเลโอบกอด ค่ำลง คุณนิ่งพอจะสนทนาเงียบงันกับคลื่นระลอก

โลกประจำของคุณเบียดบังโลกสมมติ
โลกสมมติ -
คุณอยากออกเดินทาง เป้ระริกระรี้จะเกาะบนหลังคุณ คอนเวิร์สคู่นั้นอยากได้กลิ่นลมทะเล
เสื้อยืดสักตัว กางเกงปลายขารุ่งริ่ง .. พร้อมจะไปกับคุณ

โลกประจำ
พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ทว่าคุณกลับต้องตื่นเช้าเพื่อเดินผ่านพิกัดทางเดิม
ลอดอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โผล่เพชรบุรีประตู ๓ เพื่อเดินต่อยังป้ายรถเมล์
สักสายที่ผ่านหน้าราม คุณต้องลุกลี้ลุกลนวิ่งตามบันได นั่งหรือไม่นั่ง
ขอเพียงได้หายใจแรงๆสักเฮือก - และไปต่อ


หรือโลกประจำจะถูกโลกสมมติซึ่งอัดอั้นพร้อมปะทุหากเจออากาศหอมๆปะทะ
คุณและกล้องคอมแพ็คตัวเดิม อาจได้มองเห็นอีกโลก , กว่างดงาม .

นิทาน 'เด็ก'หญิงชบา .

posted on 21 Apr 2009 20:35 by solitudee

 http://images.google.com/imgres?imgurl=http://www.rpst-digital.org/forum/attachment.php%3Fattachmentid%3D80854%26stc%3D1&imgrefurl=http://www.rpst-digital.org/forum/showthread.php%3Ft%3D11590&usg=__mIwbhHL4s4K0Xrn2msu15ayG6TA=&h=520&w=770&sz=118&hl=en&start=67&um=1&tbnid=BGOdAV-LdSeyzM:&tbnh=96&tbnw=142&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B2%26ndsp%3D18%26hl%3Den%26rlz%3D1T4GGLJ_enTH288TH306%26sa%3DN%26start%3D54%26um%3D1

 


เด็กหญิงชบา ,
เติบโตกับยา ปู่ ป้าอาและหลาน
พ่อแม่เกิดและดับก่อนกาล
เด็กหญิงบางร้าวราน - บางลัลลา
อารมณ์ชื่นฉ่ำคล้ายว่า เธอร่าเริง

สวมกระโปรงสีแดง สีเหลือง สีส้ม
แดดจ้า ฟ้าร่มห่มฝน
วิ่งเล่นล้มลุกซุกซน
กระดานลื่นคะมำหล่นไม่สนใจ

กินข้าวมาเร้วว..มาเร็วชบาเอ๋ย
ไข่เจียวแกงน้ำเคยชอบไหม ?
กินเสร็จปู่จะพาเจ้าไป -
จินตนากาลโลกใหม่งดงาม

โอโหย ! ตึ้บตั้บมือจับหัว
หน้ามืดตามัวอยู่ไหน
แสงแรก - สุดท้ายไม่ไกล
นั่น กลีบดอกอะไร สวยจัง!

หม้อข้าวหม้อแกงลิง แกงอะไรจ๊ะ ?
แกงดอกชบาเคยกินไหม
อร่อยยิ่งกว่าแกงใด
เชื่อไหม ? นึกย้อน- หลับตา
.
.
ก่อนกลีบโรยรา
บางเกสรเติบกล้า เบ่งบาน

 

 

[ ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ตค่ะ ]

 

ฉันไม่เคยชอบฟังเพลงร็อคทั้งสากลและไทย
ทว่าคนรักของฉันหลงใหลในเนื้อคำและพลังขับเร้นแห่งบทเพลง
หลายต่อหลายครั้งที่เขาเสนอบทเพลงให้ฉันฟัง

" ให้พี่ร้องให้ฟังนะ "
" ไม่เอาอ่ะ "
" นะ สักหน่อยนึง "

หลายบทเพลงเปิดเปลือยบางวรรคตอนให้ฉันทำความรู้จัก
เคาะประตูสวรค์ , ฝุ่นในสายลม ..
ฉันทักทายพองาม เสมือนคนผ่านทาง เพียงแวะทักก็ลาจาก
ทว่าค่ำคืนนี้ ฉันปรารถนาพันธนาการตนเองกับบทเพลงเหล่านั้น
ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอกย้ำความคิดถึง

ฉันถามเขาขณะระทางไกลห่าง
ความคิดถึงของเราเหมือนกันไหม ?
เหมือนสิ ยังไงเหรอ , อยากอยู่ด้วยกัน
ฉันให้ความเป็นฉัน เปิดเผยและสนุกสนาน
เขาเพียงนิ่ง สุขุม และตอบรับบ้างเมื่อเหมาะสม
ฉันอาจงอนง้อ เมื่อเขาทำเฉยเมยในคำพูด
ทว่าแววตาแล้ว , ฉันสัมผัสได้ว่าเขาละเมียดละไมทุกขณะ

Desperado - เพลงทำนองช้าชวนคิดถึงคืนดึกวูบไหว
ตะเกียงเจ้าพายุเปล่งแสงวอมแวม พื้นไม้กระจายสีนวลอุ่นตา
ยิ้มแห่งฉันและรักแห่งเขาจรดสายตา และในลึก ,-

คืนและวันเปลี่ยนผ่าน
เขายังคงสม่ำเสมอกับการขับรถครั้งละกว่าห้ากิโลเมตร
เพื่อหาคลื่นสัญญาณและโทร.คุยกับฉันสักสิบหรือสิบห้านาที
เพื่อบอกว่า " พี่คิดถึงน้องนะ "
ยิ้มอาบใบหน้าเป็นอากัปเดียวที่ฉันรู้สึกได้ขณะนั้น
" มันลำบากนะ ไกล ไม่ต้องออกมาโทร.ก็ได้ ไว้เสร็จธุระค่อยเจอกัน "
" ไม่ได้หรอก พี่เป็นห่วง คิดถึง "

.
.
ตอนนี้ , ดาวเหนือผืนฟ้ากลางเทือกเขาบ้านเธอยังคงใสงามไหมหนอ ?
ดาวบ้านฉันอาจไม่พร่างเช่นปลายดอยหรือเวิ้งทะเลที่ใด
ทว่ากระจ่างแห่งรักในรู้สึกระยิบพอให้ใจไหวหวาม

ขณะสัมผัสเปิดเปลือยแห่งบทเพลง
ฉันส่งข้อความบอกเธอ แม้รู้ว่าเครือข่ายอาจทำให้เธอล่าช้าสำหรับการเปิดอ่าน
" คืนนี้ฉันกล่อมตัวเองด้วย Knockin'on heaven door , คิดถึงคนรักสุดประมาณ "
.
.
กระดิกเข็มผันตัวพอหายใจหอบ ฉันได้รับข้อความจากเธอ
" ต้นตำหรับคือ บ๊อบ ดีแลน จ้ะที่รัก / อีริค แคลปตันในท่วงทำนองเร็กเก้
และเฮฟวี่ร็อกโดย Gun n rose และคิดถึงเธอสุดประมาณการ . "

.
.

คืนนี้ หัวใจฉันคงหลับใหลในฝันอันหวานหวาม
รักเริงเล่นเต้นระบำเป็นตำนาน
เพลงขับกล่อมห้วงกาลจินตนา .

๑.

" เดี๋ยวพี่ซื้อขนมมาฝากนะ "
.
.
คนรักยื่นหน้ามาพร้อมความข้างต้น
ฉันได้เพียงแต่พยักหน้ารับความปรารถนาดี
มีอากัปอื่นใดในรู้สึกได้อีกหรือนอกจากอิ่ม-พอใจ


๒.

" ยี่สิบสี่ชั่วโมงของเราแตกต่างกัน ? "
.
.
เงียบงันปรากฎเบื้องแรก
ฉันปรารภเช่นนี้กับคนรักในขณะที่ความคิดถึงปรี่ล้น
ทว่ายากยิ่งสำหรับการได้มาซึ่งช่วงเวลาเสพร่วม

ทั้งๆที่รู้ว่า "ไกล" จะไปแม้ไกลกว่านั้น -
บางวรรคจากบทเพลงตรงเส้นขอบฟ้ากลบความเหงาเงียบ
ครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำตาปรี่เช่นคิดถึงรู้สึก
บางคำบันทึกร่วมระหว่างฉันและคนรักทยอยทักทายอีกครั้ง
และอีกครั้ง .



๓.

" หลบมาตะน้อง พี่อยู่ที่บ้านแล้ว "
.
.
ฉันปล่อยช่วงเวลาบางขณะกับการรอคอยสักสิ่งอย่าง
วันแดดระอุ , ชายหนุ่มซ่อนตัวเพียงลำพังในห้องไม้สีเขียวอ่อน
ปัดกวาดดูแลความสะอาดและละเมียดละไมกระทั่งมุมสงบในห้องน้ำสามัญ
คนรักของฉันเตรียมน้ำร้อนสำหรับกาแฟ -,ฉันและเขา
.
.
" แล้วจะรีบกลับไปนะ "
ฉันบอกเช่นนี้ เสมือนหัวใจจะไปไกลกว่าภาวะเคลื่อนไหวของฝ่าเท้าและข้อเข่า

ยื่นหน้าโผล่ทักทาย ยิ้มแรกของวัน -
คิดถึงมั้ย ? คิดถึงสิ !

และกระดิกเข็มก็เคลื่อนผ่านประหนึ่งไหลเอื่อยแห่งลำธารกลางหุบเขา
ดอกไม้ป่าสีม่วงขึ้นแซมระหว่างสายน้ำนั่น -
เสมือนขับขานซึ่งบทเพลงงดงามจากราวป่า

ฝนฉ่ำชื่นเปะปะปะทะหลังคากระเบื้อง
ต้นไม้หลังบ้านเริงร่าด้วยเม็ดฝนพราวใบ

แว่วแห่งความคิดถึงปรากฎจากภายใน
และกำซาบลึกถึงภายใน

ฟ้าพร่างพรมผืนโลกด้วยเม็ดฝน
สองมือโอบประคองกอดรักไว้ด้วยรู้สึกแห่งรักและฉ่ำชื่น .





มาจากระอุฝน

posted on 01 Apr 2009 18:55 by solitudee

หลับตาฟังเพลงแจ๊ซ
เสมือนเมืองเงียบงันโอบล้อม
ขณะสงครามกลางเมืองระอุ
ฝนตามหลังเมฆครึ้ม
ชายรุ่นใหญ่จิบไวน์บนตึกสูง
แม่ค้าพวงมาลัยหงุดหงิด
เด็กร้องไห้จ้า
หนุ่มผูกไทค์กุมขมับยอดเครดิต
สาวนักศึกษาจัดแต่งทรงเสื้อปะทะอก
ไหววูบ ไหววูบ
กระเป๋ารถเมล์ตะโกนชิดใน
คนขับกระแทกคันเร่ง
แม่ค้าคลุมผ้าใบหนีฝน
เทศกิจฉุนเฉียวกระแทกฝีเท้าผ่านหน้า
ดอกไม้กระถางเดิม บานบุรีสีเหลือง ชบาสีแดง
ไม่อาจทนคำรามกราดเกรี้ยวแห่งเปลวแดด
หรืออาจสำลักความฉ่ำชื่นจากเม็ดฝนโถมโปรย
คืนกลับสู่ที่เก่าก่อนเกิดอย่างสงบ

ลืมตา
บางวรรคจากบทเพลงอิ่มโสต
สัมผัสกลางระอุแห่งเมือง
ปิดเปลือกตา
เอนตัว ไล้นิ้วปรับโวลุม
จางไกล จางไกล .

คืนนี้เดือนแรม-,และเธอ

posted on 01 Apr 2009 15:37 by solitudee

บิ น สู่ ฟ้ า : คืนนี้เดือนแรม , และเธอ -

 

แรมเดือน เป็นเดือนแรม
ฟ้าเรียบ ๆ ไหว ๆ  - นั่น, - ลูกดาว เศร้าแปมฟ้า
ลูกดาวแวมแปมฟ้าในคืนแรม - ในลา
ปวดร้าวจากใจสู่ฟ้า จากลาสู่ไกล


..

ดูสิ ,  ลูกดาวที่วิบแสง
โดยแสดง - หวั่นไหว-หวั่นไหว
โดยแสดง-แรงรัก ณ ใจ
โดยแสดงแสงใด - โดยดาว

..

และเธอ ,- และเธอ
โดยเสมอ ,- - โดยเรื่องราว
ติดในฟ้า ติดในใจ - วิบวาว
และฉัน ,- โดยปวดร้าว ราวใด

..

และเธอ ,- และเธอ
และฉันพบเจอ - เสมอเยื่อใย
ห้วงเดือนในราวดาว - เป็นไป
โดยใด หรือโดยพราวโดยดาวเดือน

..

ดูนั่น , ฟ้า ,-เรามองทางหน้าต่าง
จากห้วงห่างที่ลางเลือน
จากฟ้าสู่ใจ - ใจเราเติบเตือน
.
.
หรือลูกดาวเคลื่อนสู่หนใด ,- คืนนี้

.
.
.

ลูกดาวเคลื่อนสู่หนใด ,- คืนนี้

ลูกดาวจักร้าวเคลื่อนสู่หนใด ,- ในคืนนี้


ในคืนนี้ - ในคืนนี้

.
.
ในคืนนี้ .