posted on 06 Jul 2009 18:16 by solitudee
บทพูด*
ชบาหน้าบ้านเคยแย้มบาน ก็หุบยิ้ม
ฝนพรำจนน้ำปริ่ม ก็เหือดแห้งจนแล้งหาย
ฟ้าเอยฟ้าสวย ก็กลับกลาย
เป็นฟ้าเงียบเดียวดาย - กลางเมือง
ใช่ไหม ใช่ไหม ว่าฉันเหงา
เพ้ออีกเพ้อนะเราฝันเฟื่อง
ใช่ไหม ใช้เยอะจังนะ อารมณ์เปลือง
กระดกกาแฟแก้วใบเขื่อง ขมเคยชิน
......................................
ดอกไม้สีม่วงบานหน้าต่าง
อิ่มใบเรียวบาง
อิ่มกลีบเรียวร่าง
.
.
ระริกระริกคล้ายผีกผิน
โอ - ดอกไม้ทะยานบิน
สู่ฟ้าจากดิน - ก่อนไป
บางทีฉันคิดว่าฉันฝัน
หรือฉันอาจฝันว่าฉันคิด
ปล่อยลมหายใจไปตามจริต
ฉันจะคิด หรือฝัน ? - ไม่รู้
ดอกไม้สีม่วง
ฉันมองหาไม่เห็น หรือไม่อยู่
หรือฉันไม่มีอยู่ และดอกไม้ก็มองไม่เห็น
ต่างเราไม่สัมผัสถึง "การเป็น"
แห่งซึ่งเริงเล่นและหายใจ
---------------------
พอแค่นี้ , หลังรับโทรศัพท์ด้วยปะทะอารมณ์ !
21.27 น.
posted on 04 May 2009 08:24 by solitudee
ทะเลฉันรักเธอ - ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ฟังเพลงกันก่อนนะคะ ฟังเพลง หลับตา นึกถึงภาพทะเล
คลื่น ทราย เส้นขอบฟ้า เวิ้งน้ำ
นึกถึงความทรงจำระหว่างคุณกับทะเล
คุณกับใครสักคน
คิดถึงทะเลกันบ้างไหมคะ ?
ทะเลสำหรับบางคนไม่ต่างจากภาพเขียนงดงาม
หรือบางคนทะเลก็อาจเป็นเหมือนฝันร้าย
ทะเลเป็นเพื่อนยามเหงา อกหัก แฟนทิ้ง ?
เป็นที่ระบายอารมณ์เพื่อกรีดเสียงร้องดังๆ
ทะเลอาจเป็นที่รวมของเพื่อน กินเหล้า เฮอาไปตามเรื่อง
หรือทะเล อาจจะเป็นแค่องค์ประกอบทางภูมิศาสตร์เพื่อให้โลกสมดุล
...............................................
วันนี้ไปอีกวันที่ฉันอยากไปทะเล
ทะเล - สีฟ้า สีขาว สีเขียวอ่อน สีชมพูท้องฟ้า
ทะเลที่ฉันหลับตาเห็นคือ มะพร้าวแก่ๆสักต้น
ชิงช้าไม้พอให้ห้อยขาแกว่งไกว
และกระซิบเงียบๆของเพลงสักวรรค
นั่นล่ะ .. "จะบอกอะไรหรือทะเล มีถ้อยคำใดฝากฉัน"
เป็นวรรคเดียวที่แวบขึ้นมาในรู้สึกทุกครั้ง
ที่เผชิญหน้าทะเล หรือเพียงคิดถึงทะเล
.............................................................
ฉันชอบทะเล
ด้วยเหตุผลเพียงว่า ทะเลทำให้เรามองเห็นเส้นขอบฟ้า
ไกลจากที่รอยเท้าปรากฎอยู่เท่าใด ฉันไม่อาจรู้
ทว่าเส้นขอบฟ้าทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงการ "มีอยู่"
เปล่า , ฉันมิใช่ลัทธิประจักษ์นิยม
ฉันเพียงแค่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตามองเห็น
และที่ใจรู้สึก ใจทำความเข้าใจ
ทะเลสำหรับฉัน
มิใช่เพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
หรือคำหนึ่งคำที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับเรียกเวิ้งน้ำสุดลูกหูลูกตา
ทะเลมากกว่านั้น ..
ครั้งหนึ่งสมัยมัธยมฯปลาย
ฉันบ่มตัวในอารมณ์เคว้งและ - ไร้ราก
ใช่ , ฉันนิยามคำนี้สำหรับตัวเองในขณะนั้น
เดินตามที่ปลายทางจะทอดสู่
นั่นล่ะ - ป้ายรถประจำทาง
ฉันนั่งมากับรถโพธิ์ทอง สายหาดใหญ่ -สงขลา
ไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร
แต่เมื่อย่างเหยียบแรกสัมผัสทะเล
ระริกใต้เลนส์ตามองเห็นอีกโลกเบื้องหน้า
คำตอบทั้งมวลปรากฎ
ฉันไม่เคยมาทะเลเพราะอกหักหรือผิดหวัง
หรือนั่นเพราะฉันไม่เคยผิดหวังหรืออกหัก ?
แต่โดยอากัปขณะอยู่เบื้องหน้าทะเล
เสมออารมณ์เหงาเศร้าเช่นนั้น
เปล่า ฉันมิได้เศร้าหรือโหยหาสิ่งใด
ทว่า - การได้กลมกลืนความความเหงาเศร้าในลึกเบื้องหน้า
ขณะแห่งอันหนึ่งอันเดียวซึ่งงดงาม
โปสการ์ดใบแรกที่ฉันจ่าหน้าคืนตัวเอง
ขึ้นต้นเพียงว่า ..
หอมกลิ่นทะเล ..และคิดถึงเสมอ
เสมือนระลอกคลื่นกระซิบแผ่วกับฉัน
บ้างเกี่ยวก้อยความเหงามาทะเล
แล้วทะเลจะเหงาไหม ?
ฉันจะร้องเพลงให้ทะเลฟังทุกครั้ง
ฉันอ่านบทกวีให้เธอฟังนะทะเล
เปล่าเลย , บทกวีของฉันหาความงามหรือฉันทลักษณ์ใดไม่ได้
แต่ทว่าเรียงคำปรากฎในแต่ละวรรค
ฉันและเธอสอดประสานความคิดถึงในรักอย่างอิ่มละมุน
" ทะเลของคนไกล
จักงดงามเฉกเช่นใบไม้ไหวไหมหนอ
จะอบอุ่นคลอเคล้าพะเน้าพะนอ
..... "
และอีกหลายบรรทัดเรียงรายที่ฉันไม่อาจนึกได้ขณะนี้
แต่ฉันจำได้ว่าบทกวีบทนี้ฉันเขียนให้เธอนะทะเล
คนรักของฉันถามถึงเหตุผลแห่งการหลงรักในเธอ
ฉันไม่อาจอรรถาธิบายใดๆได้มากไปกว่า
" ก็ชอบ ต้องมีเหตุผลด้วยหรือ"
และฉันเชื่อมั่นว่าตอนนี้ คนรักของฉันย่อมเข้าใจ
อันตรธานซึ่งตะขิดตะขวงก่อนหน้า
วันนี้ฉันอยากไปทะเล
คนรักของฉันไม่อาจสนองในความปรารถนา
ฉันเข้าใจ และไม่โกรธจนฟูมฟาย
เพียงเธอรู้ว่าฉันหลงรักทะเล
และเธอก็รักทะเล
ด้วยเผยอปากเดียวกันกับที่บอกรักฉัน .
posted on 24 Apr 2009 19:45 by solitudee
กระเป๋าเดินทงของคุณไม่ได้เจอลม แดด ฝนนานเพียงใด ?
ระยะเวลาคงพอกันกับการที่สองเท้าของคุณลืมละเอียดแห่งเม็ดทราย
นานกี่เวลาที่ดาวบนฟ้าไม่ได้หัวเราะคิกกับอาการแหงนคอตั้งบ่าเพื่อมองประดาเธอ
รถไฟยังคงทอดตัวกลืนระนาบเดียวกับไม้หมอนและทางทอดยาว
หัวลำโพง - ปลายทางที่ใดขึ้นอยู่กับเท้าและใจคุณกำหนด
หมกเวลาให้หมุนไปกับคนรัก เสาร์แล้วเสาร์เล่า
เสมือนลืมไปว่าก่อนหน้านี้ คุณหมุนตัวเองไปกับแผนที่ประเทศไทย
รถไฟสีครีมน้ำเงิน และพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกาแฟเช้าที่ไหนสักแห่ง
ทว่านั่นเป็นสิ่งที่คุณพอใจกับการเปิดเปลือยลมหายใจกับคนรัก
คุณอยากออกเดินทาง , นั่นคุณรู้
เดินทางของคุณหมายรวมมากกว่าการย้ายสถาที่ย่างเหยียบเดิมสู่อื่นแปลก
ทว่าเดินทาง คือการสะสมไมล์และคลี่ขยายลมหายใจให้กระจ่างแจ่มกว่าเมื่อวาน
คุณอาจเดินทางเพื่อพาตัวเองก้าวสู่ร้านกาแฟชื่อเดียวกับที่กรุงเทพมีเกลื่อน
หรือถนนสักสายที่เรียงรายด้วยร้านรวง อาคารทรงโบราณ และอาแป๊ะใบหน้ายิ้มแย้ม
หรือบางร้านน้ำชา ควันพวยพุ่งด้วยระอุน้ำร้อนในโถขัดมันหน้าร้าน
โหวกเหวกเสียงทักทาย นกกรงหัวจุกจิ๊บจั๊บ - นั่นก็ทักทาย
บางทีเบื้องหน้าของคุณอาจเป็นเทือกเขากว้างสุดลูกหูลูกตา
หรือเหลียวหลังอีกครั้งเป็นทะเลโอบกอด ค่ำลง คุณนิ่งพอจะสนทนาเงียบงันกับคลื่นระลอก
โลกประจำของคุณเบียดบังโลกสมมติ
โลกสมมติ -
คุณอยากออกเดินทาง เป้ระริกระรี้จะเกาะบนหลังคุณ คอนเวิร์สคู่นั้นอยากได้กลิ่นลมทะเล
เสื้อยืดสักตัว กางเกงปลายขารุ่งริ่ง .. พร้อมจะไปกับคุณ
โลกประจำ
พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ทว่าคุณกลับต้องตื่นเช้าเพื่อเดินผ่านพิกัดทางเดิม
ลอดอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โผล่เพชรบุรีประตู ๓ เพื่อเดินต่อยังป้ายรถเมล์
สักสายที่ผ่านหน้าราม คุณต้องลุกลี้ลุกลนวิ่งตามบันได นั่งหรือไม่นั่ง
ขอเพียงได้หายใจแรงๆสักเฮือก - และไปต่อ
หรือโลกประจำจะถูกโลกสมมติซึ่งอัดอั้นพร้อมปะทุหากเจออากาศหอมๆปะทะ
คุณและกล้องคอมแพ็คตัวเดิม อาจได้มองเห็นอีกโลก , กว่างดงาม .
posted on 14 Apr 2009 20:31 by solitudee
ฉันไม่เคยชอบฟังเพลงร็อคทั้งสากลและไทย
ทว่าคนรักของฉันหลงใหลในเนื้อคำและพลังขับเร้นแห่งบทเพลง
หลายต่อหลายครั้งที่เขาเสนอบทเพลงให้ฉันฟัง
" ให้พี่ร้องให้ฟังนะ "
" ไม่เอาอ่ะ "
" นะ สักหน่อยนึง "
หลายบทเพลงเปิดเปลือยบางวรรคตอนให้ฉันทำความรู้จัก
เคาะประตูสวรค์ , ฝุ่นในสายลม ..
ฉันทักทายพองาม เสมือนคนผ่านทาง เพียงแวะทักก็ลาจาก
ทว่าค่ำคืนนี้ ฉันปรารถนาพันธนาการตนเองกับบทเพลงเหล่านั้น
ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอกย้ำความคิดถึง
ฉันถามเขาขณะระทางไกลห่าง
ความคิดถึงของเราเหมือนกันไหม ?
เหมือนสิ ยังไงเหรอ , อยากอยู่ด้วยกัน
ฉันให้ความเป็นฉัน เปิดเผยและสนุกสนาน
เขาเพียงนิ่ง สุขุม และตอบรับบ้างเมื่อเหมาะสม
ฉันอาจงอนง้อ เมื่อเขาทำเฉยเมยในคำพูด
ทว่าแววตาแล้ว , ฉันสัมผัสได้ว่าเขาละเมียดละไมทุกขณะ
Desperado - เพลงทำนองช้าชวนคิดถึงคืนดึกวูบไหว
ตะเกียงเจ้าพายุเปล่งแสงวอมแวม พื้นไม้กระจายสีนวลอุ่นตา
ยิ้มแห่งฉันและรักแห่งเขาจรดสายตา และในลึก ,-
คืนและวันเปลี่ยนผ่าน
เขายังคงสม่ำเสมอกับการขับรถครั้งละกว่าห้ากิโลเมตร
เพื่อหาคลื่นสัญญาณและโทร.คุยกับฉันสักสิบหรือสิบห้านาที
เพื่อบอกว่า " พี่คิดถึงน้องนะ "
ยิ้มอาบใบหน้าเป็นอากัปเดียวที่ฉันรู้สึกได้ขณะนั้น
" มันลำบากนะ ไกล ไม่ต้องออกมาโทร.ก็ได้ ไว้เสร็จธุระค่อยเจอกัน "
" ไม่ได้หรอก พี่เป็นห่วง คิดถึง "
.
.
ตอนนี้ , ดาวเหนือผืนฟ้ากลางเทือกเขาบ้านเธอยังคงใสงามไหมหนอ ?
ดาวบ้านฉันอาจไม่พร่างเช่นปลายดอยหรือเวิ้งทะเลที่ใด
ทว่ากระจ่างแห่งรักในรู้สึกระยิบพอให้ใจไหวหวาม
ขณะสัมผัสเปิดเปลือยแห่งบทเพลง
ฉันส่งข้อความบอกเธอ แม้รู้ว่าเครือข่ายอาจทำให้เธอล่าช้าสำหรับการเปิดอ่าน
" คืนนี้ฉันกล่อมตัวเองด้วย Knockin'on heaven door , คิดถึงคนรักสุดประมาณ "
.
.
กระดิกเข็มผันตัวพอหายใจหอบ ฉันได้รับข้อความจากเธอ
" ต้นตำหรับคือ บ๊อบ ดีแลน จ้ะที่รัก / อีริค แคลปตันในท่วงทำนองเร็กเก้
และเฮฟวี่ร็อกโดย Gun n rose และคิดถึงเธอสุดประมาณการ . "
.
.
คืนนี้ หัวใจฉันคงหลับใหลในฝันอันหวานหวาม
รักเริงเล่นเต้นระบำเป็นตำนาน
เพลงขับกล่อมห้วงกาลจินตนา .
posted on 10 Apr 2009 11:48 by solitudee
๑.
" เดี๋ยวพี่ซื้อขนมมาฝากนะ "
.
.
คนรักยื่นหน้ามาพร้อมความข้างต้น
ฉันได้เพียงแต่พยักหน้ารับความปรารถนาดี
มีอากัปอื่นใดในรู้สึกได้อีกหรือนอกจากอิ่ม-พอใจ
๒.
" ยี่สิบสี่ชั่วโมงของเราแตกต่างกัน ? "
.
.
เงียบงันปรากฎเบื้องแรก
ฉันปรารภเช่นนี้กับคนรักในขณะที่ความคิดถึงปรี่ล้น
ทว่ายากยิ่งสำหรับการได้มาซึ่งช่วงเวลาเสพร่วม
ทั้งๆที่รู้ว่า "ไกล" จะไปแม้ไกลกว่านั้น -
บางวรรคจากบทเพลงตรงเส้นขอบฟ้ากลบความเหงาเงียบ
ครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำตาปรี่เช่นคิดถึงรู้สึก
บางคำบันทึกร่วมระหว่างฉันและคนรักทยอยทักทายอีกครั้ง
และอีกครั้ง .
๓.
" หลบมาตะน้อง พี่อยู่ที่บ้านแล้ว "
.
.
ฉันปล่อยช่วงเวลาบางขณะกับการรอคอยสักสิ่งอย่าง
วันแดดระอุ , ชายหนุ่มซ่อนตัวเพียงลำพังในห้องไม้สีเขียวอ่อน
ปัดกวาดดูแลความสะอาดและละเมียดละไมกระทั่งมุมสงบในห้องน้ำสามัญ
คนรักของฉันเตรียมน้ำร้อนสำหรับกาแฟ -,ฉันและเขา
.
.
" แล้วจะรีบกลับไปนะ "
ฉันบอกเช่นนี้ เสมือนหัวใจจะไปไกลกว่าภาวะเคลื่อนไหวของฝ่าเท้าและข้อเข่า
ยื่นหน้าโผล่ทักทาย ยิ้มแรกของวัน -
คิดถึงมั้ย ? คิดถึงสิ !
และกระดิกเข็มก็เคลื่อนผ่านประหนึ่งไหลเอื่อยแห่งลำธารกลางหุบเขา
ดอกไม้ป่าสีม่วงขึ้นแซมระหว่างสายน้ำนั่น -
เสมือนขับขานซึ่งบทเพลงงดงามจากราวป่า
ฝนฉ่ำชื่นเปะปะปะทะหลังคากระเบื้อง
ต้นไม้หลังบ้านเริงร่าด้วยเม็ดฝนพราวใบ
แว่วแห่งความคิดถึงปรากฎจากภายใน
และกำซาบลึกถึงภายใน
ฟ้าพร่างพรมผืนโลกด้วยเม็ดฝน
สองมือโอบประคองกอดรักไว้ด้วยรู้สึกแห่งรักและฉ่ำชื่น .